แผนที่ศูนย์

Migraine (ไมเกรน)

ไมเกรน (โรค ปวดหัวข้างเดียว) 
เป็นที่ทราบในวงการ แพทย์โดยทั่วไปว่า เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษา ให้หายได้ ไม่ว่าจะเป็นการ รักษาด้วยยา การฝังเข็ม การฉีดโบท๊อกซ์  ผู้ป่วยจึงต้องทนทรมานกับการ ปวดศีรษะ อย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายสิบปี โดยไม่ มีทางรักษา นอกจากการทานยาเพื่อบรรเทาอาการ


สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไมเกรน
 คือ การเกร็งตัวสะสมของ กล้ามเนื้อ 4 ส่วน หลักๆคือ Splenius, Suboccipitals, Sternocleidomastoid, และ Trapezius ซึ่ง ทำให้มี การกดทับเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยง บริเวณศีรษะ ทำให้มีปริมาณเลือดและ ออกซิเจน ไปบริเวณศีรษะได้น้อย จึงทำให้มี การปวดศีรษะแบบ Tension และในผู้ป่วย บางรายที่ไวต่อปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดด ความร้อน กลิ่นบางชนิด ฯลฯ จะทำให้ มีการ เกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เพิ่มขึ้นเฉียบพลัน ทำให้หัวใจ ปั๊มเลือดที่มีแรงดันเกินปกติ  ซึ่งทำให้ เกิดการ ปวดศีรษะข้่างเดียว แบบตุ๊บๆ ตาม การเต้น ของหัวใจ หรือเรียกว่าการปวด ศีรษะไมเกรน



วิธีการรักษาด้วยการกวาซา
                       จากประสบการณืการรับเคสคนไข้ พบว่ากวาซาสามารถช่วยรักษาปวดไมเกรนได้ผลดีมาก เห็นผลชัดเจนได้ตั้งแต่ครั้งแรก  สามารถช่วยให้อาการปวดลดลงและทิ้งระยะห่างมากขึ้นๆๆ
                       วิธีการรักษา เป็นการรักษาแบบบูรณาการ โดยนำความรู้ทางด้านกายวิภาค ร่วมกับการรักษาด้วยการกวาซา  เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งให้เกิดการคลายตัวและกระตุ้นเส้นเลือดให้ เกิดการขยายตัวและหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงศีรษะได้ตามปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกได้ทันทีว่าโล่งศีรษะขึ้น จากคลายตัวของกล้ามเนื้อที่กดทับเส้นเลือด 



ระยะการรักษา
                       การรักษาถูกกำหนด ขึ้นเป็นเวลา 5-12 ครั้ง  ขึ้นอยู่กับอาการ โดยผู้ป่วยควรมารักษาติดต่อกันสัปดาห์ละครั้ง หลังจากนั้นเว้นทุก 2 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยสามารถเรียนรู้การทำกวาซาได้ด้วยตนเองได้ง่ายมาก เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับตนเองได้เป็นอย่างดี







จากภาพ: เป็นหลานชายของผู้เขียนเองค่ะ ทุกครั้งที่เค้าปวดหัว ถึงกับดึงเส้นผมตนเองเพื่อให้หายปวดเลยทีเดียว T^T ดูลักษณะของสีพิษที่ขึ้น แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อต้นคอมีการเกร็งตัว ทำให้หลอดเลือดถูกบีบรัด ไม่สามารถส่งเลือดลมขึ้นไปเลี้ยงศีรษะได้ ทำให้เกิดอาการปวดหัวมากเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น
หลังการกวาซาครั้งแรก : หลาน ชายรู้สึกโล่งศีรษะมาก ทำกวาซาให้ครั้งเดียว หายบ่นปวดหัวไปนานเลย  และสามารถหัดทำกวาซาแก้ปวดหัวได้ด้วยตนเอง เพราะสามารถทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากค่ะ

จากภาพล่าง: สีของเสียหลังการกัวซาของเคสลูกค้าที่เป็นไมเกรนมานานและปวดมาก
คำอธิบาย: เคสนี้สีแดงที่ผิวหนัง จะแดงเข้มมาก เพราะลูกค้ารักษาโดยการทานยาและฉีดไซโลเคน(Xylocaine) เข้าที่กล้ามเนื้อ ลองสังเกตุดีๆ จะเห็นรอยดำคล้ำ1จุด นั่งคือจุดที่ถูกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อค่ะ
ลูกค้าเคสนี้ตอบสนองการรักษาด้วยกัวซาได้ดีมากค่ะ เพราะลูกค้าแจ้งว่าทำครั้งแรกรู้สึกโล่งเบาศีรษะคอบ่าไหล่ อาการปวดศีรษะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรก (รอยของเสียไม่ใช่รอยช้ำ ไม่ใช่รอยถลอก ไม่ใช่รอยบาดเจ็บ แต่เป็นของเสียสะสมที่ถูกขับออกมาทางผิว 3-5วันก็จางหายค่ะ)

No comments: